สิทธิ์อันชอบธรรม

posted on 19 Sep 2009 18:38 by supawadee26

สิทธิ์เกิดจากการเรียกร้องเอาจากผู้อื่น
ไม่ใช่สิทธิ์ที่นำมาซึ่งความปรกติสุขเสมอไป

สิทธิ์ที่มนุษย์ควรจะได้นั้น
ไม่จำเป็นต้องแสวงหา
ไม่ต้องเรียกร้อง ต่อสู้
ไม่ต้องสร้างหรือทำลายสิ่งใดเพื่อสิทธิ์
เพราะสิทธิ์นั้นมีพร้อมอยู่แล้วในทุกผู้ทุกนาม

เมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้องเราก็ไม่ยุ่งเกี่ยว
เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสม เราก็ไม่เชื่อถือ
เมื่อเห็นว่าต้องสู้ เราก็สู้ด้วยใจและวิธีของเรา
สิ่งเหล่านี้หรือมิใช่ที่เป็นสิทธิ์ของมนุษย์

บุคคลจำนวนมาก
ละทิ้งสิทธิ์อันชอบธรรมของตน
เพื่อไปแสวงหากากเดนของสิทธิ์ภายนอก
นี่เท่ากับเขาขาดสิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว

"ก็หัวใจไม่ใข่ก้อนหิน"

posted on 12 Sep 2009 17:54 by supawadee26
"ก็หัวใจไม่ใข่ก้อนหิน"
ช่วงเวลาของชีวิตผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า...มีสิ่งดีดีมากมาย..อีกทั้งสิ่งที่ไม่ดีก็มากมายเช่นกันสิ่งทีทำให้เกิดอะไรดีดีในชีวิตบางครั้งการที่เรามองอะไรในตอนที่ความรู้สึกกำลังแย่มันก็ดูจะเลวร้ายไปซะหมด
แต่ถ้าเราลองมองในอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต..สิ่งที่เราคิดว่าเลวร้ายที่สุดมันก็อาจให้อะไรบางอย่างกับเราก็ได้..การเสียใจ..การโทษตัวเองมันคงไม่ทำให้สิ่งดีดีเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่หันหน้าขึ้นมามอง..ความจริงและเผชิญกับมันให้ได้เวลาที่คนเราอ่อนแอที่สุดมันก็ทำให้เราเข้มแข็งได้มากที่สุดเช่นกัน..
หันหน้าแล้วเดินไปเจอกับมันไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเจออะไรบ้าง..จะดีหรือร้าย..จะสุขหรือทุกข์..ไม่ต้องวาดฝันอะไรที่สวยงานแต่ก็เดินไปพร้อมๆกับความจริงที่เห็นที่เป็นอยู่...บางคนคิดว่าการไม่รับรู้คือสิ่งที่ดีที่สุดแต่นั่นคือคนที่ไม่กล้ายอมรับความจริงต่างหาก...ถูก..เพราะ...ความจริงมันทำให้เจ็บ...
อยากลืม..อยากทิ้ง..ให้มันออกไปไกลๆได้ยิ่งดี...แต่บางมุมมองถึงความรักจะทำให้บอบช้ำมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากจะลืมสิ่งดีดี..อาจผ่านมาด้วยสุข..ทุกข์..ปะปนกันไปนั่นก้อคือสิ่งสวยงามสำหรับความทรงจำเสมอ...เวลาไม่ทำให้ใครลืมใครได้...เวลาเป็นเพียงเครื่องช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่ผ่านมามากขึ้นต่างหาก...ได้ทบทวน..ได้มอง....ย้อนกลับไป...ถึงมันจะสายเกินไปสำหรับทุกอย่างแล้วก็ตาม...
ยังไงก็..ต้องขอบคุณเวลาที่ให้ได้เจอใคร..ได้รู้สึก..ได้เรียนรู้..ได้เข้าใจได้ให้สิ่งที่ดีดีและมีค่ามากมาย...ถึงจะต้องจบลง..ด้วย...เหตุผลอะไรก็ตาม...มันก็ทำให้รู้จักการเสียสละ...ไม่... ใช่การยอมแพ้..คงมีแต่ก่ารให้อภัย..ความเป็นห่วง..ถึงจะไม่ใช่คนที่ใครคิดถึง..ไม่ใช่คนที่ต้องการอีกต่อไป...ไม่เป็นไรไม่ต้องบอก......ว่าไม่ต้องการ...ไม่ต้องทำอะไรเพื่อ..อีกต่อไป...กำลังพยายาม...พยายามมากที่สุด...ที่จะเป็นแค่คนคนหนึ่งในชีวิต...รู้และเข้าใจดี...ว่าจะอยู่ตรงไหนในชีวิต...แค่คิดถึงกันบ้าง..ได้ยินเสียงบ้าง...มีรอยยิ้มให้กันบ้างก็ขอบคุณมาก..จริงจริง
จำไว้อย่าง การเที่ยวกลางคืนไม่ใช่การฆ่าเวลาเอาลมหายใจไปสูดกลิ่นเหล้าเคล้าบุหรี่ให้เสียไปเปล่าปลี้ไร้ซึ่งประโยชน์ไปวัน ๆ ถ้าหากคุณเก็บเกี่ยวอะไรบางอย่างที่นอกเหนือจากตำราเรียนให้ได้...ก็คงจะดีไม่น้อย

พลิกวิกฤติ...เอ๊ย โอกาสในการเที่ยวเตร่ยามค่ำคืนมาเป็นบทเรียนชีวิตสอนใจ ที่หาไม่ได้ตามสถาบันการศึกษาดีกว่า เราสรรหาบทเรียนที่ว่า ที่คุณสิงห์นักเที่ยวสามารถหาได้ในบรรยากาศยามออก ร่ำสุราและ ดึ๊ง ดึง ดึง ดึง...ดังต่อไปนี้

บทที่ 1 : เงินซื้อความสุขไม่ได้
แน่นอนคุณสมบัติของ “เงิน” สามารถเปิดเหล้าให้คุณเมามายได้ตลอดทั้งคืน หากแต่มันไม่สามารถซื้อความสุขที่ยั่งยืนได้ เป็นบทเรียนที่นักเที่ยวกลางคืนรู้อยู่แก่ใจลึก ๆ ทุกคน ทว่าความสุขฉาบฉวยอันนี้คว้าได้ก็ควรคว้าไว้ก่อนตอนนี้ มีบทเรียน อย่างหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นจริง และคุณจะได้เรียนรู้ หากวันใดที่คุณไร้เงินตราหนาหนักเหมือนแต่ก่อน พร้อม ๆ กับมิตรภาพก็ห่างหายไปพร้อม ๆ กับเงินก้อนนั้นด้วย ยามนั้นคุณจะรู้ว่า “เงิน” ซื้อความสุขไม่ได้จริง ๆ

บทที่ 2 : “ลุคส์” นั้นสำคัญไฉน
สำคัญแน่ ๆ สำหรับนักเที่ยวตัวจริง ภาพลักษณ์สำคัญพอ ๆ กับเงินนั่นล่ะ วิถีชีวิตของคน ชอบย่ำราตรีจะว่าไปก็ตื้นเขิน คนบางคนก็อาจจะตัด สินใจผู้คนที่พบเห็นจากภายนอกเป็นอย่างแรกและอย่างเดียว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้พบกัน แน่นอนสาวเปรี้ยวจี๊ด นุ่งวับแวมกับชายหนุ่มหล่อล่ำพกซิกซ์แพ็กมาเป็นมัด ย่อมดึงดูดสายตาจากผู้คนกว่าสาวแว่นเตอะ หนุ่มตาตี่ ไม่มีดั้งอยู่แล้ว นี่คือบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า หน้าตาดี บางทีก็สำคัญในบางช่วงเวลา มันเป็นโอกาส เป็นสะพานให้เราพบเจอผู้คน หากแต่ต่อจากนั้น เป็นหน้าที่ของสมองที่ต้องทำงานบ้างแล้ว

บทที่ 3 : ความมั่นใจคือพระราชา
บทเรียนนี้สอนเลยว่า ความหงิม ความติ๋ม ความเชย ให้เก็บไว้ที่บ้านอย่าพกมาด้วย หากอยากแจ้งเกิดในที่เที่ยว ทำชิลล์ ชิลล์ ขำ ๆ หน้ามึน ปล่อยมุกหน้าตาย เป็นนโยบายเด็ดที่ควรนำมาใช้ รูปไม่หล่อ ไม่ขาวหมวย พ่อไม่รวย ไม่ได้จบนอก แต่ความมั่นใจนี่ล่ะที่จะจุดคุณให้แจ้งเกิดได้ อย่าจริงจังกับชีวิตเกินไปยามไปเที่ยว ต่อให้โลกจะอยู่ในภาวะหรือประสบภัย แล้ง ภูเขาไฟที่อินโดฯกำลังระเบิด ปัญหาทุกอย่างให้ลืมไว้ชั่วคราว ความกังวลจะดึงพลังความมั่นใจไปหมด

บทที่ 4 : ยศถาบรรดาศักดิ์มีไว้เชิด
พูดง่าย ๆ หัวโขน หรือ หน้าที่ตำแหน่งการงานที่คุณสวมไว้นี่ล่ะ จะเห็นสัจธรรมและมีค่าที่แท้จริงก็ต่อเมื่อคุณหลงอยู่ในวังวนแห่งแสงสีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้โลกแห่งความจริง หน้าที่การงานจะนำมาซึ่งความเหนื่อยหนักสากรรจ์เพียงไหนก็ตาม ทว่ามันจะทำหน้าที่ชักนำพาซึ่งโอกาสดี ๆ ในการรู้จักใครต่อ ใคร หนุ่มโสดสาวฮอตประดามีกำลังเฝ้ารอคุณอยู่ใน ผับบาร์ที่คุณเป็นขาประจำ โอ่เข้าไว้ ว่าทำอะไรให้โลก ใบนี้บ้าง มีที่นากี่ไร่ โรงสีกี่โรง แต่จำไว้อีกอย่าง ยาม ที่คุณไม่เหลืออะไร แม้กระทั่งหน้าที่การงาน สัจธรรม จะบังเกิดได้ทันใดเช่นกัน

บทที่ 5 : ต้องรู้จักเอาใจ
นอกจากความมั่นใจที่คนที่หน้าไม่ให้แต่ ใจรักควรมีแล้ว ความช่างเอาอกเอาใจ ดูไนซ์และเฟรนด์ลี่สุด ๆ ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่คุณควรจะเรียนรู้ว่าควรจะทำ ยิ่งเคยชินได้ยิ่งดี จะได้ดูไม่เสแสร้งแกล้งทำ ข้อนี้หมายเหตุโดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่หน้าแย่ แลจนทั้งหลาย จะจีบหญิงในที่เที่ยว ถ้าไม่มีคุณสมบัติใด ๆ โดดเด่นเลยในชีวิต ให้สุภาพเข้าไว้ เป็นมิตร แล้วก็อย่าลืมทิปเด็กเสิร์ฟหนัก ๆ หน่อย จะได้ดูโดดเด่นเด้งดึ๋งขึ้นมาในสายตาสาว ๆ ขาว ๆ ทั้งหลาย

บทที่ 6 : เราจะรู้ว่าควรจะจัดการอย่างไรกับจุดมุ่งหมายในชีวิต
สิ่งสำคัญในการเที่ยว ไม่ควรปล่อยจิตใจให้หลงเหลิงกับแสงสี เป็นเหมือนการทดสอบตัวเองให้เหนียวแน่นกับจุดยืนที่คุณมี ยามโดนแสงสีสาดส่องมาที่ตัว มีหลายคนเที่ยวกลางคืนเพื่อลืมเศร้า แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่านี่ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา ทว่า อย่างน้อยก็ทำให้คุณได้ ลืมชั่วครั้งคราว ฉะนั้นคุณควรจะรู้ว่า จะจัดการอย่างไรกับจุดมุ่งหมายในชีวิต ปัญหาก็ยังต้องแก้ไข จำไว้ ความผิดพลาด การพ่ายแพ้ และการถูกปฏิเสธเสียบ้าง มีผลดีต่อจิตวิญญาณของเรา การเสพความเศร้า ทำให้เราได้รู้สึกดีกับความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องไปดิ้นรนหาความสุขยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากเย็น บางทีก็ไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ

บทที่ 7 : ได้เป็นคนกว้างขวาง
เรื่องดีก็มี เรื่องยี้ ๆ ก็เยอะ อยู่ที่เราจะเลือกเก็บเกี่ยวและวางตัว การออกเที่ยวทำให้เราได้รู้จักผู้คน แม้จะฉาบฉวยก็ชื่อว่าได้รู้จักไม่ใช่เหรอ ดีกว่าอยู่ในกะลาล่ะน่า ออกจากกะลามาเป็นกบกลางคืนบ้างก็ได้ ทั้งยังได้เรียนรู้คนจากร้อยพ่อพันแม่ด้วย หลาย ๆ คนได้ไอเดียเด็ด ๆ จากการเที่ยวมาก็เยอะ ได้รู้จักคนจากหลากร้อยวงการมารวมตัวกันแลกเปลี่ยนเบอร์โทรฯ เอ๊ย ความคิดเห็นกัน เป็นเรื่องดี ๆ ที่ควรเรียนรู้ไว้

บทที่ 8 : ทำให้เรารู้ว่า ไว้ใจใครได้บ้าง
หรือบางทีอาจทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ไม่มีใครไว้ใจได้เลยก็เป็นได้ ภายใต้หน้ากากที่ทุกคนสวมเข้าหากัน ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางซึ่งกันและกันได้ดี คุณจะรู้ว่าคุณไม่สามารถไว้ใจคนแปลกหน้าได้เท่า ๆ กับการที่คน ๆ นั้นก็รู้สึกว่าคุณก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาเช่นกัน

ส่งท้ายไว้ว่า แค่อยากให้คุณมีชีวิตไว้เพื่อ ใช้ ออกใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในหนทางของใครก็ของมันกันดีกว่า.